งานผ่านเน็ต, รายได้เสริมออนไลน์, ได้เงินจริง หรือ หลอกลวง?


มีผู้คนจำนวนมาก ที่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ จาก การทำงานผ่านเน็ต แต่ ก็มีผู้คนจำนวนมากอีกเช่นกัน ที่ต้องสูญเสียเงินทอง เสียความรู้สึก จากการทำงานผ่านเน็ต หรือ ทำ อาชีพเสริมออนไลน์ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

“การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลง ทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน...”

หลายๆ คนคงได้ยินประโยคนี้มาไม่มากก็น้อย แต่จะมีสักกี่คนที่สนใจ และ ปฏิบัติตามศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ คนยุคนี้ เมื่อต้องการ หาข้อมูล หาอาชีพเสริมก็มัก หากันบนเน็ต เช่น “อาชีพเสริม”, “รายได้เสริม” ก็จะปรากฏข้อความโฆษณาต่างๆขึ้นมาเต็มไปหมด

...............................................................................................................

       กิฟฟารีน   “รายได้เสริม ควบคู่งานประจำ สื่อสารกับลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์ 2-3ชม/ว รายได้3,000-10,000บ/ด”

                      “งานผ่านเน็ต 48000 บาท/ด ไม่หาดาวน์ไลน์ ไม่ขาย ไม่ประชุม สมัครแล้ว รอรับเงิน ได้ทุกสัปดาห์    กิฟฟารีน

.......................................................................................................................................................................................................

ชีวิตจริงมันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ!!

แต่คนอีกกลุ่ม คิดว่า หากมัวแต่กลัวไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ฉันก็คงต้องใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อยู่แบบเดิมๆ และ เป็นหนี้แบบเดิมๆ จึงกล้าตัดสินใจอย่างไม่ลังเล

แต่หลายคน มักพบกับความผิดหวัง เพราะ ข้อมูลที่ได้รับมานั้น มักเป็นข้อมูลด้านเดียว หรือ เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว

พบความจริงอีกด้านที่ถูกซ่อนเร้น ใน “ตราบาป ธุรกิจเครือข่าย” ดาวน์โหลดฟรี E-Book คลิกเลย

อาชีพเสริม, รายได้เสริม, รายได้พิเศษออนไลน์ ที่พบอยู่บนอินเตอร์เนต ส่วนใหญ่แล้ว มักเป็น ธุรกิจเครือข่าย (MLM) นั้น หากศึกษากันจริงๆแล้ว มีความคล้ายคลึงกัน กับ ธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไป

ดังนั้น สรุปได้ว่า ธุรกิจเครือข่าย ก็คือ ธุรกิจแฟรนไชส์ ขนาดจิ๋ว นั่นเอง

ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ เป็นธุรกิจที่เปิดโอกาสให้มนุษย์เดินดินกินข้าวแกง เบี้ยน้อยหอยน้อย อย่างเราๆท่านๆ สามารถเป็นเจ้าของกิจการ สร้างรายได้ เป็นกอบเป็นกำได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เพราะสามารถเปิดโอกาสให้คนธรรมดา ที่ถึงขั้นเรียกว่า แม้จะเป็นคนหาเช้ากินค่ำ, รับจ้างรายวัน สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ มากกว่า ระบบแฟรนไชส์ เสียอีก

แต่ อนิจจา สิ่งใดมีคุณอนันต์ หากผู้นำมาใช้ด้วยเจตนาที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนแล้ว หล่ะก็…ย่อมก่อความสูญเสียให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน

เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้ของคุณ!!
ควรตั้งคำถามให้ถูก ว่า…

    • ข้อมูลอะไรบ้างหล่ะ… ที่เราควรศึกษา?
    • ธุรกิจหรืองานที่เราจะทำมีธรรมชาติหรือลักษณะอย่างไร?
    • เรารู้จักมันดีแค่ไหน…มีอะไรเกี่ยวข้องบ้าง?
    • ลงทุนเริ่มต้นเท่าไหร่? ต้นทุนระหว่างดำเนินธุรกิจมีอะไรบ้าง?
    • รายได้มาจากไหน? (การเคลื่อนไหวของสินค้า หรือ หาคนใหม่เป็นหลัก)
    • ใช้แผนการตลาด และ แผนรายได้ เป็นอย่างไร (สองแผนนี้ไม่เหมือนกัน นะจ๊ะ)
    • กลุ่มเป้าหมาย เป็นใคร? มีปัจจัยอะไรที่รักษาฐานลูกค้าได้บ้าง?
    • แผนการคำนวณจ่ายผลตอบแทนคิดอย่างไร? มีเงื่อนไขหมกอะไรบ้างรึป่าว?
    • เครื่องมือช่วยเหลือมีไหม มีวิธีการอย่างไร ระบบสนับสนุน อะไรบ้าง?

เพราะมันคือ “หัวใจ” ของผู้ที่รักความก้าวหน้า ต้องการความสำเร็จ “ต้องรู้”

...................................................................................................................................................................................................................

ซุนวูจอมปราชญ์ กล่าวไว้ว่า "ผู้พิชิต ย่อมหยั่งรู้ผลของสงคราม ก่อนชักธงรบ ผู้แพ้พ่าย รบเพื่อคิดชนะภายหลัง

การประเมินศึก ในศาลเทพารักษ์ก่อนรบบ่งบอกชัยชนะ เพราะประเมินผลได้ก่อน ถ้าไม่คำนวณก็จักไม่ปรากฎผล เราพิจารณาจากนี้ ก็ประจักษ์ในชัยชนะ หรือ พ่ายแพ้แล้ว"

..................................................................................................................................................................................................................

ถาม.. ธุรกิจหรืองานที่เครือข่ายพวกนี้เป็นใช่งานเร่ขายสินค้าหรือไม่?

วัยรุ่น: โอยไม่ยาก! เราก็แค่ถาม นักธุรกิจของบริษัทนั้นๆซิ ให้เขาอธิบายให้ฟังแค่นี้ก็หมดเรื่อง ง่ายจะตาย

เถ้าแก่: ลื้อจะไปเชื่ออีง่ายๆได้อย่างไร อีก็ต้องตอบว่า ธุรกิจของอี ดีที่สุดซิ “ธุรกิจอีจ่ายมากได้เงินไว” ทำงานง่ายๆ สินค้าอี ดีใครได้ลองก็ถูกใจ… อั้วถามแม่ค้า ว่า “ส้มลื้อหวานไหม” ถามทีไรหวานทุกที เด๋วนี้ อั้วไม่เชื่อแล้ว ต้องลองชิมก่อน ไม่ก็จะ ซื้อกับร้านประจำ

นักวิชาการ: ผมมองว่า ธุรกิจเครือข่าย นั้น มีลักษณะ เดียวกันกับ ธุรกิจแฟรนไชส์ คุณลองศึกษาดูซิว่า ความสำเร็จของธุรกิจ แฟรนไชส์ ประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น หากเลือกบริษัทที่แบรนด์สินค้าของบริษัทนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ก็ จะมีผลที่ทำให้ นักธุรกิจ หารายได้ได้ยากกว่าและมีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจสูงกว่า แบรนด์ที่มีชื่อเสียง

นักการตลาด: ขึ้นชื่อว่าธุรกิจก็ต้องหา ลูกค้า เมื่อหาลูกค้ามันก็คือ “การขาย” แต่จะขายง่ายขายยากขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เอื้อต่อการขาย หากปัจจัยสนับสนุนดี ก็ทำให้ขายได้โดยไม่ได้เจตนาจะขาย แต่คนกลับมาขอซื้อ

ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีแบรนด์สินค้าที่เข็มแข็ง กับอีกบริษัทแบรนด์ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างของบุคคลทั่วไป บริษัทใหม่ก็อาจจะถูกกล่าวหาได้ว่า ถูกกฎหมายหรือป่าว/ เชื่อถือได้หรือ/ พวกลูกโซ่อีกแล้วววว/เบื่อเปิดแล้วปิดปิดแล้วเปิด ก็ต้องมาอธิบายทำความเข้าใจกันยกใหญ่ แบบนี้ ก็แหละเรียกว่าขาย 1.ต้องขายความเชื่อมั่นของบริษัท 2.ต้องขายความเชื่อมั่นในสินค้า 3. ขายความเชื่อมันให้เขาเชื่อคุณ แบบนี้เหนื่อยหน่อย

แต่ในขณะที่ การพูดถึงสินค้าหรือธุรกิจของบริษัทที่มีชื่อเสียง ย่อมได้เปรียบกว่า เพราะเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว คนส่วนใหญ่มั่นใจในสินค้า และธุรกิจก็มีความน่าเชื่อถือสูงกว่า เพราะมีความมั่นคงอยู่มานาน กล้าใช้กล้าลองกล้าทำ

แต่อีกแง่นึง ในการขายแผนแบบไบนารี่สองขา จะทำให้ กลุ่มเป้าหมายเข้าใจแผนธุรกิจค่อนข้างง่ายกว่า

เช่น พูดว่า “เราทำกันเป็นทีมช่วยๆกัน ดูแผนซิ บังคับสองขา ได้มาก็ช่วยต่อลงล่างได้ด้วยกันโตด้วยกัน เราช่วยคุณขานึง คุณทำอีกขานึง ก็ได้เงินแล้วง่ายจะตาย” (ได้มาแต่คนตังค์ยังไม่ได้นะจ๊ะ) ซึ่งเป็น ข้อได้เปรียบที่จะชวนคนที่ไม่รู้ธุรกิจมาทำธุรกิจ

นักคณิตศาสตร์: โอยจะคิดมากไปทำไม คณิตศาสตร์ง่ายๆ หากคุณรักพี่เสียดายน้อง ชอบแบบสองขา แต่ก็อยากได้บริษัทที่มีชื่อเสียงมีสินค้าหลากหลาย แต่บริษัทพวกนั้นมักเป็นแผนแบบดาวกระจายขั้นบันได คุณก็ออกแบบแผนเองซิ จะเอากี่ขา ก็ได้ 555 มันอยู่ที่คุณเองเท่านั้นแหละ

.............................................

ถาม.. เลือกบริษัทเก่ามั่นคงดีกว่า หรือ จะเลือกแบบที่เขาว่า ต้นสาย มาแรงสองขา แบบไหนดีกว่ากัน?

นักการตลาด: แบบไหนดีกว่ากัน? ขึ้นอยู่กับมุมมองของใคร นักธุรกิจ หรือ เจ้ามือ ผมคิดว่า หากคุณเลือกแบบตามกระแส คุณต้องรู้จักจังหวะเข้าและออก เหมือนกับธุรกิจแฟชั่น มาเร็วไปเร็ว หรือ เล่นหุ้นเกร็งกำไร (เล่นไปเกร็งไป 555) หากคุณชูว่าทำง่ายรวยไว ทำให้ได้กำรุ่งกำไรเพื่อหวังกำไรระยะสั้น คุณต้องเตรียมงบไว้สร้างภาพด้วยนะ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นแต่ละคนมีต้นทุนทางสังคมอย่างไร / อย่าลืมนะว่า ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่นั้นสูงกว่ารักษา ลูกค้าเดิมถึง 6 เท่า หากธุรกิจที่คุณเลือกเป็นการปั่นตลาดสร้างกระแส และสินค้าที่บริษัทคุณเลือก คุณภาพกับราคามันสูงเกินความจำเป็น ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของผู้บริโภค แล้วหล่ะก็ คุณต้องแบกภาระมากทีเดียวเชียว และสุดท้าย ก็มักจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ อยู่เรื่อยๆผมว่า หากจะเล่นแบบกำไรเอา คุณเล่นหุ้นดีกว่า เพราะธุรกิจเครือข่าย ส่วนใหญ่เริ่มต้นก็ เพื่อนฝูงญาติพี่น้อง อาจจะเสียคนได้

นักสังคมวิทยา: ฉันว่า เกาะกระแสดีกว่า คนไทยอะไรๆ ก็ “เขาว่า” คนโน้นอย่างนี้ คนนี้อย่างโน้น เชื่อคนง่าย และไม่ชอบค้นคว้า ฉันว่า เฮโลไปตามกระแสดีกว่า ก็แค่พาเข้า พวกงานชุมนุมใหญ่ๆนะ มันก็บิ้วอารมณ์ทำให้ทำให้เคลิ้ม และควักเงิน จ่ายแบบโง่ๆ ได้เสมอๆ

วัยรุ่น: วัยซะรุ่นอย่างผม คนมันแรง เอาแบบชูรายได้แรงๆ เอาให้ดูง่ายๆดีฟ่า เพ่ สมัยนี้มือใครยาวสาวได้สาวเอา… อยากได้เองอยากมีเองนี่นา ไม่ได้บังคับให้ทำซะหน่อย
อับราฮัม ลิงคอล์น:  Ability may get you to the top but it’s character that will keep you there.
                           “ ความสามารถ อาจทำให้ท่านขึ้นสู่จุดสูงสุดได้แต่สิ่งที่ทำให้ท่านดำรงอยู่ได้คือ คุณธรรม”

ผู้ทรงศีล : กรรมคือเจตนา เจตนาคือกรรม สาธุๆ

.............................................

ถาม: แผนรายได้ของบริษัทมีมากมาย แต่ละบริษัทก็คุยว่าบริษัทเขา จ่ายมากที่สุด ไม่รู้จะเชื่อใครดี?

เถ้าแก่: คิดง่ายๆ มันก็เงินก้อนเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขในการแบ่งจ่าย เพราะปัจจัยหลักๆมาจาก ต้นทุนของสินค้า กับ ราคาขาย บริษัทใดจะแบ่งจ่ายได้มากกว่าก็มาจาก ต้นทุนของสินค้าที่ต่ำกว่า หรือ ปั่นราคาขายให้สูงๆเข้าไว้ แต่ถ้า สินค้าลื้อราคาสูง โอกาสที่ลื้อจะขายได้ก็ต่ำ คิดได้หักลบกับรายจ่ายที่เกิดขึ้น มันจะคุ้มกันหรือป่าว อั้วว่า…ลื้อ ดูเรื่องโอกาสของที่ ลื้อจะได้ดีกว่า เช่น หากเป็นแบบจับคู่จ่าย ทีมอ่อน ทีมแข็ง โอกาสที่จะได้เปอร์เซ็นต์เต็มขึ้นอยู่กับ ทีมอ่อน และ มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ทั้งสองข้างจะเท่ากัน เพราะธุรกิจเครือข่ายทำงานเกี่ยวกับคนซึ่ง แต่ละคนแตกต่างกัน ในขณะที่แผนแบบขั้นบันได จะคิดให้จ่ายให้จากยอดรวมของทั้งหมด

นักคณิตศาสตร์: จับหลักง่ายๆ คิดจากจำนวนคะแนน ต่อเงินบาทซิ แผนธุรกิจก็คิดจากคะแนน(PV) กันทั้งนั้น คุณทำธุรกิจจากยอดเงินบาท แต่ เขาให้ % จากคะแนน ตัวอย่างเช่น คุณ จ่ายไป 3000บ. ได้มา 3000PV คุณได้รายได้เท่ากับ 10% สรุปคุณมีรายได้ เท่ากับ 300บาท แต่อีกบริษัท เขาให้คุณ 15% คุณจ่ายไป 3000บ.ได้มา 1000PV สรุปคุณจะมีรายได้จากบริษัทที่สอง 150บ. คิดง่ายๆแค่นี่ก่อนก็พอรู้แล้ว ว่า ที่เหลือเขาหมกอะไรไว้อีกบ้าง

สาวนักช๊อป: โหย…คิดแต่เอากำไรมากๆแบบ นี่ดูถูกกันนี่นา ผู้บริโภคสมัยนี่เขาไม่โง่หรอกนะ อย่างมากเขาก็ลองครั้งสองครั้ง หากราคาสูงนัก แล้วไม่คุ้มกับเงินที่เขาต้องซื้อ เขาก็หาซื้อที่อื่น…ปัดโธ่

นักสังคมวิทยา: ขึ้นชื่อว่าคน ก็มีหลากหลายไม่ใช่ใครเขาจะยอมจ่ายซื้อของที่เขาไม่อยากได้จริงๆ กันทุกเดือนหลอกนะ

............................................................

ถาม: เห็นมากับตาทำไม่กี่เดือนได้เดือนละเป็นแสน ทำปีสองปีได้เดือนละเป็นล้านเชียวนะ

หลวงพ่อ : “สิ่งที่เห็นโยมเห็นจริง แต่สิ่งที่เห็นนั้นไม่จริง”

นักสืบ : ดูแต่เงินเข้าบัญชีจากบริษัทไม่ได้หรอก ต้องขอดูเงินฝากประจำด้วย คนรายได้ขนาดนี้ต้องมีเงินฝากประจำอยู่แล้ว ทางที่ดี ขอดู การเสียภาษีจะดีที่สุด เพราะ บริษัทเครือข่ายขายตรง เขาไม่ได้ชำระภาษีเงินได้ แทนนักธุรกิจนี่ ส่วนใหญ่นักธุรกิจ ก็มักจะต้องจดทะเบียนในรูปบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนกันทั้งนั้น เพื่อหักลดเป็นค่าใช้จ่าย จะเห็นก็มีแต่ บริษัท กิฟฟารีน ที่รับผิดชอบจ่ายภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้าแทนนักธุรกิจ

นักธุรกิจ : ดูที่ ROI ก็ได้ ก็ให้พิจารณาต้นทุนของกิจกรรมทางการตลาด(หาลูกค้าหรือขยายเครือข่าย)เปรียบเทียบกับกำไรที่ได้รับ”จะดีที่สุด เช่น บริษัท A นักธุรกิจมีรายรับ เดือนละ 1ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่าย 6แสนบาท ในการดำเนินธุรกิจรวมทั้งทุนในการรักษาผลประโยชน์ต่างๆ ดังนั้นเขามีกำไร เท่ากับ 4 แสนบาทต่อเดือน ในขณะ ที่ บริษัท G นักธุรกิจมีรายรับเดือนละ 1 แสนบาท และมีค่าใช้จ่าย เดือนละ 10,000 บ. นักธุรกิจจะมี กำไร เดือนละ 90,000 บ. ซึ่งจะดูเหมือนว่านักธุรกิจของบริษัท G มี ได้รายได้น้อยกว่าบริษัท A

แต่ หากลองคำนวณ จะพบว่า

ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) = (ผลตอบแทน กำไร)/รายจ่ายในการทำธุรกิจ x %

บริษัท A นักธุรกิจ ได้ผลตอบแทน = 67% ส่วน บริษัท G นักธุรกิจได้ผลตอบแทน = 900%

ดังนั้นจากการคำนวณพบ ว่า บริษัท A ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า บริษัท G นั่นเอง

.....................................................

ถามว่า วันนี้ เมื่อคุณเห็นโอกาส ของการสร้างรายได้จากเงินร้อยสู่เงินล้านแล้ว คุณจะทำอย่างไร? และ คุณอยากเป็น เจ้าของกิจการแบบไหน?

จะดีมากแค่ไหนหากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ SMEs ได้เพียง คุณรู้จักเรียนรู้วิธีการบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อย่างสร้างสรรค์ แต่สามารถสร้างรายได้ง่ายๆอยู่กับบ้าน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ของที่จัดสรรอย่างดีแล้ว สามารถออกลูกออกหลานได้ อย่าง น่ามหัศจรรย์

และเหตุผลทั้งหมดนี้เอง ทำให้เราได้สร้างระบบการตลาด Remote Marketing ขึ้น

ระบบนี้เป็นอย่างไร?และ แตกต่างจากระบบ Attraction Marketing เดิมอย่างไร?

ระบบ Remote Marketingฯ ที่เราจัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ ด้วยการผนวก Momentum ของ Business system ในการขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้ก่อเกิดรายได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก และยั่งยืนอย่างไม่มี ข้อจำกัด ด้านเวลาและสถานที่ ซึ่งคุณจะสามารถสร้างรายได้ง่ายๆอยู่กับบ้านได้อย่างไม่อายใคร

ทฤษฏีนี้จะเปลี่ยนจากวิธีเดิมๆ จากวิธีที่ทำให้คุณถูกปฏิเสธ หรืออาจจะถูกทำให้รู้สึกเสียเกียรติจากคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ คนในครอบครัว หรือกับคนที่เพิ่งจะรู้จัก และยังจะเป็นการช่วยในการดึงดูดกลุ่มคนที่มีคุณภาพเข้าสู่องค์กรของคุณได้อย่างง่ายดาย

.....

นี่เป็นเพียงบางส่วนเพียงเล็กน้อยที่คุณจะพบว่า Remote Marketing ของกลุ่มอนัตตา นี้เป็นอย่างไร?

    • คุณจะทราบถึงวิธีการจัดช่องทางการตลาด ที่นำผู้มุ่งหวัง(ว่าที่ทีมงานของคุณ) ทำการขายและปิดการขายด้วยตัวของพวกเขาเองได้คุณไม่ต้องบังคับจิตใจพวกเขา หรือทำการขายอย่างหนักเลย

    • คุณจะทราบ เหตุผลที่ทำให้ ระบบ Attraction Marketing ที่นำมาใช้ในธุรกิจเครือข่ายกันอย่างแพร่หลาย ถึงล้มเหลวไม่เป็นท่า

    • คุณจะทราบถึง “ลับลวงพลาง” ในกลุ่มธุรกิจเครือข่าย ที่อาจจะไม่เคยมีใครบอกคุณ กลยุทธ์ที่พวกบรรดาเจ้ามือ“ลับลวงพลาง”ให้นักธุรกิจผู้ไม่มีความชำนาญด้านการวิเคราะห์ธุรกิจสร้างรายได้ให้พวกเขาอย่างเป็นกอบเป็นกำ และเมื่อคุณทราบความลับนี้แล้ว คุณสามารถย้อนศร สร้างรายได้ให้แก่ตัวคุณ อย่างที่คุณนึกไม่ถึงมาก่อน

    • คุณจะทราบถึงวิธีการขายให้กับกลุ่มคนเป็นร้อยเป็นพันคนในเวลาเดียวกัน เหมือนกับ ว่าคุณมีตัวแทนจำหน่ายผู้มีฝีมือ ช่วยทำแทนให้คุณ

    • คุณจะทราบถึงวิธีการเลียนแบบทำซ้ำให้กับทีมของคุณได้ 100% คุณคิดว่าเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม? เปล่าเลย เราทำมาแล้วและเราก็จะสอนคุณเช่นกัน ซึ่งมันง่ายเหมือนเส้นผมบังภูเขา

    • เหตุผลหลัก 3 ประการ ที่ผู้มุ่งหวัง(ว่าที่ลูกค้า)เขาไม่เอาด้วยกับคุณ ไม่ร่วมธุรกิจกับคุณ ไม่ต้องการซื้ออะไรๆจากคุณ และ เหตุผลเพียงประการเดียว หากสามารถเอาชนะได้รับประกันได้เลยว่า ธุรกิจของคุณแจ้งเกิดแน่

    • คุณจะทราบถึง กลยุทธ์ในการทำธุรกิจแบบจับเสือมือเปล่า กลยุทธ์ที่คุณอาจจะนึกไม่ถึงมาก่อน

    • อธิบาย วิธีสร้างเงินสดหมุนเวียนให้คุณมีงบในการดำเนินธุรกิจและบริหารทีมงานของคุณ "ตลอดไป"
    • และ อื่นๆ อีกมากมาย


สิ่งที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งนักธุรกิจเครือข่าย “ ต้องรู้” เพราะ มันคือ “หัวใจ” ของผู้ที่รักความก้าวหน้า ต้องการความสำเร็จ

#ติดต่อเรา ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่

หลายคนบอกเราว่าเพียงแค่เขาได้หน้าเพจนี้ เขา ก็สามารถ ถึง “บางอ้อ” ของความมหัศจรรย์ของธุรกิจเครือข่าย
และ เหมือนเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่สำหรับชีวิต ธุรกิจของเขา

 

 
 
น้ำทับทิมเครื่องกรองน้ำเป๋าฮื้อกลามอรัสกิฟฟารีนออนไลน์รายได้เสริมแคลซีนgiffarine anattara team